การจัดทำละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

ถ้าจะตีความตามกฏหมายให้ตรงเหมือนไม้บรรทัด ก็คงไม่เกิดประโยชน์แก่บุคคลใด หากการกระทำใดของผู้จัดทำก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้จัดทำขออภัย และพร้อมจะแก้ไขให้ถูกต้อง รวมทั้งยอมรับผิด ถ้าหากเกิดความเสียหายโดยมิได้ตั้งใจ ผู้จัดทำมิได้มีวัตถุประสงค์ ให้เกิดความเสียแก่บุคคลใดลุคคลหนึ่ง หวังเพียงเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจเท่านั้น
คงต้องขอเวลา เพื่อปรับปรุบเนื้อเก่า เพื่อตัดส่วนที่มีโอกาศละเมิลลิขสิทธิ์ออกนะครับ

เนื่องจากมีคนกล่าวหาว่าผู้จัดทำได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพสินของผู้อื่น จึงขอชี้แจงดังนี้

1. วัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษา และมิได้หาผลประโยชน์

2. เนื้อหา และรูปภาพ ทั้งหมดมีการอ้างอิง และนำมาจากแหล่งข้อมูลที่ที่มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่แก่บุคคลทั่วไป โดยมิกำหนดสิทธิสำหรับสมาชิก หรือมิได้มีข้อความที่ระบุถึงการห้ามในการอ้างอิง ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกัน ที่ผู้เผยแพร่มีวัตถุประสงค์ให้มีการสื่อสารถึงกลุ่มคนให้มากที่สุด หากก่อให้เกิดความเสียหาย คงจะไม่นำมาเผยแพร่

3. มิได้มีการนำเนื้อหามาดัดแปลง หรือ ทำซ่ำ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าขอลิขสิทธิ์ หรือก่อให้การเข้าใจผิดถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง โดยเป็นการรวบรวมหัวข้อ และทำสารบัญเพื่อเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูล ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์ยังได้ผลประโยชน์จากการอ้างอิง เมื่อมีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างสากล ว่าไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ ดังแสดงในหัวข้อที่ 4

4. ตามสนธิสัญญาลิขสิทธิ์ (WIPO Copyright Treaty) และสนธิสัญญาการแสดงและสิ่งบันทึกเสียง (WIPO Performances and Phonograms Treaty)
"นอก จากนี้ เหตุผลอีกประการหนึ่งที่อาจถือว่าการเชื่อมโยงข้อมูลแบบลึกไม่เป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ก็คือ ในการเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์ล้วนแต่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลของตนเองให้ปรากฏต่อสาธารณชน ให้มากที่สุด และด้วยลักษณะโครงสร้างการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มักจะต้องมีการเชื่อมโยง ข้อมูล กัน การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ขึ้นแสดงไว้ในเว็บไซต์จึงอาจถือว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้ให้ความยินยอมแก่เจ้าของเว็บไซต์อื่นในการนำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ของตน ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยปริยาย (Implied License) ก็ได้ ดังนั้น การเชื่อมโยงข้อมูลจึงไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพราะเจ้าของเว็บไซต์ที่ เชื่อมโยงนั้นได้รับความยินยอมโดยปริยายจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว"
แหล่งที่มา กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
http://www.learners.in.th/blog/khoon-frds/437968

อย่างไรก็ตาม ตามมารยาท ก็ควรจะขออนุญาติเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้จัดทำจะพยายมขออนุญาติเจ้าของลิขสิทธิ์ที่สามารถติดต่อได้ในทุกกรณี
และ จะไม่มีการนำเนื้อหาจากแหล่งที่มีการสมัครสมาชิก และกำหนดสิทธิ์ในการเข้าชม จะนำมาเฉพาะเนื้อหาที่อนุญาติให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้โดยเสรีเท่านั้น รวมทั้งจะพยายามนำข้อมูลจากเว็บไซด์คนไทยให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ซึ่งอาจทำให้ประโยชน์ลดน้อยลง แต่ก็เพื่อความสบายใจของคนไทยด้วยกันครับ

5. ตามกฏหมายไทย ที่ไม่ทันสมัย เพียงการเข้าชมก็ถือว่าผิดลิขสิทธิ์ แล้ว ถ้าจะตีความกัน คงไม่จบสิ้น เนื่องจากในการเข้าชมมีขั้นตอนมีการสำเนาเนื้อหาและรูปภาพในเครื่องผู้เข้า ชม ก่อนการแสดงผล ซึ่งในอนาคตแนวการแก้ไขกฏหมายไทยก็คงจะเป็นตามแนวทางสากล ในข้อที่ 4
-- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ --

ประเทศ ไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพื่อใช้บังคับแทน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 21 มีนาคม 2538 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองต่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยจัดให้เป็นผลงานทางวรรณการประเภทหนึ่ง
งานที่ได้จัดทำขึ้นก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัตินี้

-- การละเมิดลิขสิทธิ์ --

การ ละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้งการนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าของลิขสิทธิ์

การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม : คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นโดย ผู้กระทำรู้อยู่แล้ว
ว่า งานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำเพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือ สั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
แหล่งที่มา กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
http://www.learners.in.th/blog/khoon-frds/437968

เพิ่มเติม จาก
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ
นันทน อินทนนท์ *อ้างอิง

ข้อความส่วนหนึ่ง จากหัวข้อ 2. หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (กฏหมายประเทศไทย)
"มี ข้อพึงคำนึงว่า การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เสมอไป เพราะกฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับการกระทำบางประเภทที่ไม่ถือว่าการกระทำนั้น เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อการศึกษาวิจัย หรือการเสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนที่มีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เป็นต้น แต่ทั้งนี้ การกระทำเหล่านี้จะต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของ ลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์ เกินสมควรด้วย"
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...